ทำเนียบนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียออกแถลงการณ์ แสดงความวิตกกังวลต่อการที่สหรัฐ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย รวมตัวกันในนามพันธมิตร “ออคัส” เน้นการขับเคลื่อนนโยบายในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ว่าเรื่องนี้อาจยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและกลายเป็นชนวนให้เกิดการแข่งขันด้านนิวเคลียร์ ในภูมิภาคแห่งนี้

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายจับตา คือการที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ใกล้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุด จะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จากสหรัฐ และสหราชอาณาจักร ซึ่งในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ ผู้นำมาเลเซีย มองว่าจะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอน ให้สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดกว่าเดิม และส่งผลกระทบโดยตรง ต่อการขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคงของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน )

ด้วยเหตุนี้ ในฐานะเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียน มาเลเซียขอเรียกร้องสมาชิกทุกประเทศให้ร่วมกันรักษาหลักการของ “ปฏิญญากำหนดให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเขตแห่งสันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง ( Zone of Peace Freedom and Neutrality ) ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของเสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคง ที่เป็นหนึ่งในสามเสาหลักของประชาคมอาเซียน นอกเหนือจากเสาหลักด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และความร่วมมือทางสังคมและวัฒนธรรม

ขณะเดียวกัน มาเลเซียยังย้ำการปฏิบัติตาม สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( Southeast Asian Nuclear-Weapon-Free Zone Treaty – SEANWFZ ) หรือ สนธิสัญญากรุงเทพฯ ฉบับปี 2538 มีข้อกำหนดห้ามภาคีพัฒนา ผลิต ครอบครอง ได้มา หรือมีอิทธิพลเหนืออาวุธนิวเคลียร์ โดยประเทศที่ร่วมลงนาม ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย และไทย